Breaking
29 Jul 2026, Wed

วีระพงษ์ เปิดเวทีฟังภาคประชาสังคม ลุยโค้งสุดท้าย FTA ไทย-อียู รอบ 10

ผู้แทนการค้าไทย “วีระพงษ์” เปิดเวทีรับฟังภาคประชาสังคม เตรียมความพร้อมโค้งสุดท้ายก่อนเจรจา FTA ไทย-อียู รอบที่ 10 ย้ำจุดยืนมุ่งประโยชน์สูงสุดของประชาชน
 

 

 

​นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนได้เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) นักวิชาการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงลึก สำหรับนำมาประกอบการกำหนดท่าทีการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป รอบที่ 10 ซึ่งประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ โดยถือเป็นกระบวนการสำคัญภายใต้การทำงานของ “ทีมไทยแลนด์” ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก  

 

​นายวีระพงษ์ ได้รายงานความคืบหน้าภาพรวมของการเจรจา FTA ว่า ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุผลการเจรจาในระดับข้อบทได้แล้วประมาณ 2 ใน 3 ของข้อบททั้งหมด ซึ่งแม้ว่าเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลคือการเร่งสรุปผลการเจรจาให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อย่างไรก็ตาม ตนได้ขอย้ำจุดยืนที่ชัดเจนต่อภาคประชาสังคมว่า ความรวดเร็วดังกล่าวจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับคุณภาพและความชอบธรรมในการเจรจา เพื่อให้มั่นใจว่าข้อตกลงที่ออกมาจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย


​โดยประเด็นสำคัญที่ภาคประชาสังคมได้ให้ข้อเสนอแนะและร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล คือด้านสาธารณสุขและการเข้าถึงยาของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและการเข้าถึงหรือราคายาในประเทศ โดยมีข้อเสนอให้ภาครัฐมุ่งเน้นการผลักดันความร่วมมือด้านการถ่ายโอนความเชี่ยวชาญจากสหภาพยุโรป และการพัฒนาบุคลากรให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการเร่งจัดทำยุทธศาสตร์ส่งเสริมอุตสาหกรรมยาภายในประเทศให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองและแข่งขันได้ในระยะยาว รวมทั้งท่ามกลางเหตุการณ์ฉุกเฉิน และสถานการณ์ความผันผวนทางการค้าที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานสินค้ายาไทย

​นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร โดยได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งภาคประชาสังคมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิเกษตรกรในการเข้าถึงและเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ พร้อมทั้งเสนอให้ภาครัฐเร่งสร้างความชัดเจนในเชิงนโยบาย ทั้งในแง่ของหน่วยงานรับผิดชอบและกลไกสนับสนุนการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมือง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและปกป้องผลประโยชน์ของชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้ง ยังได้ครอบคลุมถึงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปิดตลาดสินค้า เพื่อมิให้สินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะ หรือสารเคมีทางการเกษตรที่ถูกยกเลิกการใช้แล้วในยุโรป เพื่อเป็นการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของคนไทย

​อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่หยิบยกในการหารือคือการปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยภาคประชาสังคมมีข้อเสนอให้ภาครัฐสงวนสิทธิ์และรักษาอำนาจในการกำกับดูแล เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ การจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้บริโภค รวมถึงความจำเป็นในการสื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบอย่างทั่วถึงเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

​”ผมขอขอบคุณตัวแทนภาคประชาสังคมและนักวิชาการทุกท่านสำหรับข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง รัฐบาลตระหนักดีถึงประเด็นอ่อนไหวและขอยืนยันจุดยืนในการสงวนพื้นที่เชิงนโยบายที่จำเป็น เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมโอกาสทางการค้า การลงทุน และการคุ้มครองคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ ผู้แทนการค้าไทยจะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการรวบรวมข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปบูรณาการร่วมกับคณะทำงานกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กระบวนการเจรจามีความโปร่งใส และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยโดยรวม นายวีระพงษ์ กล่าวย้ำทิ้งท้าย

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *